ป๊อก ภัสสรกรณ์

ป๊อก ภัสสรกรณ์ เอาใจ “มาร์กี้” พาเที่ยวก่อนคลอดชมลูกแฝด ไม่ก่อกวนแม่เวลานอน

ป๊อก ภัสสรกรณ์ ออกอาการตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับว่าที่คุณพ่อป้ายแดง ป๊อก

ป๊อก ภัสสรกรณ์ ล่าสุดเอาใจภรรยาคนสวย มาร์กี้-ราศรี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ ที่กำลังตั้งครรภ์ลูกแฝด ด้วยการพาไปพักผ่อนที่พัทยา เจอ ป๊อก มาร่วมแถลงข่าวเปิดตัว “ไตรภูมิ มหัศจรรย์สามโลก” ที่ลานอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เลยถามถึง

ทริปพัทยาเป็นยังไงบ้าง?
“ไปทะเลกันมา พ้อยต์คือคุณหมอบอกไม่ให้กี้ไปเที่ยว ไม่ให้เดิน และไม่ให้บินแล้ว มันใกล้แล้ว เลยไปเที่ยวพัทยา พาเค้าไปเที่ยวก่อนที่เค้าจะคลอด เพราะหลังจากนี้ผมต้องบินไปอังกฤษไปเล่นคอนเสิร์ตที่นั้น มีงานตลอดเลย ไม่มีเวลาว่างที่จะพาเค้าไป อีกอย่างคุณหมอบอกว่าใกล้แล้ว อยู่เถอะ ตอนนี้ 6 เดือนนิดๆ แล้ว ยิ่งแฝดด้วยมีสิทธิ์คลอดก่อนกำหนดได้ พยายามทำให้เค้าแฮปปี้ เมื่อเค้าแฮปปี้ มันก็ทำให้ลูกเราแฮปปี้ หลายคนพูดมาว่าอย่าทำให้เค้าเครียดหรือว่าไปกดดัน”

ช่วงนี้คุณแม่มีอารมณ์แปรปรวนมั้ย?
“มีบ้าง ผมถือว่ามันเป็นปกติของความเป็นคุณแม่ที่เค้าต้องแบกตัวเล็กไว้ถึงสองคน แต่ผมถือว่าผมโชคดีมากที่เค้าเป็นแบบนี้ เพราะเค้าจะอารมณ์ดี เข้าใจโลก เข้าใจเรา และหลายๆอย่างก็ดีค่ะ”

ป๊อก ภัสสรกรณ์
มีดราม่าเรื่องที่เราไปนวดเท้าให้ภรรยา?
“มีด้วยเหรอ แต่เรื่องนวดเราถามคุณหมอก่อนว่านวดได้มั้ย นวดกดจุดห้ามเลย แต่ถ้านวดผ่อนคลาย ทำให้เค้ามีความสุขอันนี้ปล่อยสบายๆไป ไม่ได้นวดกดจุดอะไร”

ที่นวดคือเค้าให้ทำให้หรือเราอยากทำให้เอง?
“ตอนระหว่างกลับบ้าน เค้าพูดในรถว่าถ้าเกิดกลับบ้านแล้วยูนวดให้นิดนึงได้มั้ย ก็นวดให้ แต่จำไม่ได้ว่าฝ่าเท้านวดให้หรือเปล่า แต่นวดขา เพราะว่าด้วยร่างกายเค้า ขาค่อนข้างเล็ก ต้องมาแบกน้ำหนักเพิ่ม เค้าก็ปวดเมื่อย เราก็เลยนวดผ่อนคลาย”

ป๊อก ภัสสรกรณ์
คุณหมอให้ระวังอะไรเป็นพิเศษมั้ย?
“ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการเดิน ห้ามเดินเยอะจนเกินไป เพราะมันจะมีผลกับความสั้นความยาวของปากมดลูก ถ้าสั้นมากๆ เด็กก็จะออกมาเร็ว ทำให้เด็กทั้งสองคนอยู่ในท้องให้ได้นานที่สุด”

ก็มีโอกาสคลอดก่อนกำหนด?
“มีได้ครับ เป็นแฝดก็เลยจะเกิดขึ้นได้ เรื่องกินก็ต้องระวังด้วยนิดนึง ไม่กินของดิบ ทุกอย่างต้องสุกหมด เรื่องความหวาน พวกขนมต่างๆ ต้องควบคุม คนเป็นแม่บางทีเค้าก็จะหิวโหย อยากจะกินนั่นกินนี่แต่กี้ค่อนข้างจะระวังมาก”

ตอนนี้อายุครรภ์เท่าไหร่แล้ว?
“6 เดือนกับอีก 2 สัปดาห์ครับ กำหนดคลอดหมอจะบอกอาทิตย์สุดท้ายของเดือน มี.ค.จนถึงอาทิตย์แรกของเดือน เม.ย.”

ได้คุยกับลูกในท้องบ้างมั้ย?
“คุยตลอดเลย ผมรู้สึกดีกับเค้ามาก เค้าให้ความร่วมมือกับเรามาก เวลาที่แม่ต้องนอนเค้าจะไม่กวนอะไรเลย แต่เวลาที่แม่กินข้าวไม่ว่าจะมื้อไหนก็ตามเค้าจะกระดิกทัก เค้าสองคนตัวใหญ่มาก แต่ผมเห็นกี้แล้วรู้สึกเป็นอะไรที่น่ารักมาก แขนขาเค้าเล็กมาก แต่มีพุงยื่นออกมา เวลาเดินเหมือนแมวน้ำน่าเอ็นดูมาก ส่วนชื่อยังไม่ได้เคาะ ตอนนี้มีประมาณ 8 ชื่อได้ ก็เอาที่แบบเราแฮปปี้แล้วคุณพ่อคุณแม่โอเคด้วย”.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

โดม เดอะเฟสเมน

โดม เดอะเฟสเมน พลิกชีวิตเด็กติดเกม หนุ่มน้อยขี้เล่นพุ่งเป้านายแบบอาชีพ

โดม เดอะเฟสเมน เป็นหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดของรายการเดอะเฟสเมน ไทยแลนด์ ทั้ง 2 ซีซัน

โดม เดอะเฟสเมน อายุที่น้อยไม่ทำให้หนุ่มหน้าใส “โดม เพชรธำรงชัย” ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย วัย 15 ปี ทีมโทนี่ จากการประกวดนายแบบรายการเดอะเฟสเมน ไทยแลนด์ ซีซัน 2 ก็สู้ไม่ถอย ถึงจะไม่ได้แชมป์ แต่หนุ่มน้อยอารมณ์ดีพูดภาษาไทยไม่ชัดคนนี้ก็ไม่ละความพยายาม พร้อมเล่าประสบการณ์ รายการก็พลิกชีวิต โดม เริ่มจาก

บินตรงมาเมืองไทยเพื่อเดอะเฟสเลยรึเปล่า?

“ใช่ครับมาเพื่อเดอะเฟสเลย จริงๆแล้วคุณแม่ชวนให้ผมไปออดิชัน มีหมอดูต๊อกแต๊ก คุณน้าของผมมาชวนผมให้มาสมัครเพื่อหาประสบการณ์แต่พอเข้ารอบก็ยิ่งเซอร์ไพรส์ ไม่คิดว่าจะเข้ารอบ 18 คน”

ในรายการได้เจออะไรบ้าง?

“ผมอยู่ในรายการ 6 อีพี ก่อนเข้าเดอะเฟส ไม่เคยมีประสบการณ์อะไรเกี่ยวกับวงการนายแบบ เรียกว่าไม่รู้เรื่องเลย แต่ตอนนี้ก็ต้องพัฒนาอย่างรวดเร็ว ได้เห็นอะไรเยอะว่า กว่าจะเป็นนายแบบต้องเป็นยังไง ได้เห็นเกี่ยวกับการทำงานสตูดิโอช่างแต่งหน้าช่างผม สไตลิสต์”

โดม เดอะเฟสเมน

แปลว่าเราชอบอะไรในวงการบันเทิงอยู่แล้ว?

“จริงๆผมสนใจเกี่ยวกับหนัง แต่สิ่งที่ผมชอบจริงๆคือมวยไทย ผมได้ไปเรียนตอนอายุ 14 ปี จะเรียกว่ามาช่วยชีวิตผมเลยก็ได้นะ ทำให้ผมพัฒนาขึ้น คือก่อนที่ได้ซ้อมมวยผมนั่งเล่นเกมทุกวัน ติดเกม ไปหาเพื่อน ใช้ชีวิตไร้สาระ พอเริ่มซ้อมมวยก็ยิ่งทำให้ผมใกล้ชิดกับเมืองไทยมากขึ้น ทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปด้วย มีซิกซ์แพ็กด้วย เพราะผมซ้อมหนัก ครูดุ (ยิ้ม) พอได้กลับมาเมืองไทยผมชอบประเทศไทยมาก ตอนเด็กๆผมรู้จักว่าความเป็นเมืองของกรุงเทพฯมันทำให้ผมตื่นตาตื่นใจ สดชื่น ตอนกลางคืนก็มีตลาดต่างๆ ตลาดรถไฟ มีคนเยอะๆ เป็นเมืองใหญ่ที่ไม่เคยหลับใหล ผมชอบมาก เวลาอยู่ที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย 3 ทุ่มก็เงียบหมดแล้ว”

เริ่มมีแฟนคลับหลังเดอะเฟส?

“ก่อนจะมาเดอะเฟส ในอินสตาแกรมผมมีคนติดตามแค่ 500 คน พอเค้าปล่อยรูป 50 คน ก็เริ่มขึ้นเป็น 8,000 คน พออีพีแรกออกอากาศ ขึ้นเป็น 4 หมื่นคน ผมตกใจมาก ปัจจุบันมีคนติดตาม 1 แสน 5 หมื่น ใน 3 เดือน แฟนๆอาจจะชอบผมเพราะผมพูดภาษาไทยไม่ค่อยชัดแบบนี้ พูดไม่รู้เรื่อง (ยิ้ม) ผมเป็นคนตรงๆ จริงๆผมอยาก ขอบคุณแฟนคลับมากๆครับที่สนับสนุนและเชียร์ผม”

เห็นว่าเพิ่งมีงานมีตติ้ง?

“ใช่ครับ มีงานมีตติ้งเล็กๆไปที่สุข สเตชั่น มีกลุ่มแฟนคลับนัดกัน 70คน ดีใจที่ได้เจอแฟนๆมากครับ”

ตอนอยู่ในรายการมีความกดดันหรือเจออุปสรรคอะไรบ้าง?

“ก่อนหน้านั้นผมเป็นคนไม่มีความมั่นใจ ที่ทำในมาสเตอร์คลาสก็ทำได้ไม่เต็มที่ก็มีความรู้สึกเฟลไปบ้าง ถามว่าหนักจนท้อเลยมั้ยก็คงเป็นแฟชั่น วิดีโอ ตอนอีพี 5 ต้องจำบทพูด แต่ผมจำไม่ได้ มันต้องท่องแล้วท่องอีกแต่ผมก็สู้จนผ่านมาได้”

โดม เดอะเฟสเมน

ผ่านสเต็ปแรกแล้ววางแผนในวงการนายแบบยังไง?

“อยากเรียนภาษาไทยให้ได้คล่องกว่านี้ก่อนทำงานอื่นๆ เช่น ละคร อยากมีประสบการณ์เดินแบบถ่ายแบบเยอะๆก่อนด้วย”

รายการนี้เปลี่ยนชีวิตเราไปเลยมั้ย?

“เปลี่ยนชีวิตผมเยอะนะครับ ทำอะไรที่เคยทำไม่ได้ สิ่งที่ได้รับคือได้เปิดเส้นทางให้ผมไว้แล้ว สิ่งที่ผมต้องทำก็คือต้องเดินไปอย่างตั้งใจ ถึงผมอายุยังน้อยแต่ถ้าเราเริ่มเรื่องการทำงานตั้งแต่เด็กๆก็จะทำให้เราคุ้นเคยและมีประสบการณ์พอโตขึ้นก็ไม่งอแง”

คุณแม่บอกว่าเราเปลี่ยนไปเยอะมั้ยหลังร่วมรายการ?

“เปลี่ยนครับ มีความมั่นใจมากขึ้น ระวังตัวมากขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น เคารพผู้ใหญ่มีกาลเทศะมากขึ้น มีมารยาทแบบคนไทยมากขึ้น”.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th…

แม่หมู-น้องนาย ป่วยแพ็คคู่ แอดมิทโรงพยาบาล ต้องคอยผลัดกันเฝ้าไข้

แม่หมู-น้องนาย มีอาการไข้ขึ้นสูงจนต้องถูกส่งตัวเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลทันที

แม่หมู-น้องนาย วันรุ่งขึ้นนักแสดงหนุ่ม นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ก็ต้องขอคุณหมอถอดสายน้ำเกลือออกชั่วคราว เพื่อมาร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรกของปี จากค่าย GDH เรื่อง Friend Zone ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน

งานนี้ นาย ณภัทร ได้เผยว่าเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาแล้ว เนื่องจากการทำงานหนักและพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งก็ต้องรอผลเลือดสรุปที่แน่ชัดอีกครั้งว่าเป็นอะไร ด้านคุณแม่ หมู-พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ ก็แอดมิทอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะป่วยเหมือนกัน จึงทำให้ต้องผลัดกันเดินเข้าออกห้องของทั้งคู่เพื่อเฝ้าไข้ และหลังจากจบงานนี้ตนก็ต้องกลับไปแอดมิทต่อที่โรงพยาบาลเหมือนเดิม

เพิ่งออกจากโรงพยาบาลมา เป็นอะไร ?
“คือผมเคยเป็นแบบนี้อยู่ครั้งหนึ่งตอนกลับมาจากมาเลเซีย เป็นคนภูมิคุ้มกันร่างกายมีน้อย เวลานอนหรือได้พักผ่อนน้อยๆ หรือทำงานหนัก ก็จะมีอาการแบบนี้เกิดขึ้นมาอีกรอบ ตอนนี้ก็รอผลตรวจเลือดครับ ซึ่งไข้ก็สูงถึง 39 อยู่ อีกนิดปรอทก็จะแตกแล้ว (หัวเราะ)”

เป็นมากี่วันแล้ว ?
“พอผมรู้สึกว่าเป็นก็รีบไปหาหมอเลยครับ วันนี้ก็เป็นวันที่สอง คุณหมอก็บอกว่าสาเหตุเกิดขึ้นจากหลายอย่างเลยครับ อีกอย่างตอนนี้ก็มีไข้หวัดระบาดอยู่หลายสายพันธุ์มาก และยิ่งอากาศประเทศเราเป็นแบบนี้ด้วย”

เห็นว่าอาเจียนบ่อยด้วย ?
“ไม่ได้อาเจียน แต่แค่รู้สึกว่าไม่อยากทานอาหาร ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อดีนะครับ จะได้ไม่ต้องไปออกกำลังกายให้เหนื่อยมาก (หัวเราะ)”

สาเหตุมาจากอาการป่วยครั้งที่แล้ว ทำให้ยังมีเชื้ออยู่ด้วยหรือเปล่า ?
“อาจจะมีส่วนครับ ยังไงก็ต้องรอผล จริงๆ คุณหมอไม่อยากให้มาด้วยซ้ำ แต่ผมขอร้องให้มาให้ได้ เลยต้องฉีดยากดอาการไว้ ซึ่งยาก็จะมีฤทธิ์เพียงไม่กี่ชั่วโมงเองครับ”

ดูเราผอมลงไปเยอะเหมือนกัน ?
“จริงเหรอ ดีใจ (หัวเราะ) ยังไม่ได้เช็กน้ำหนักเลยครับ วันนี้เพิ่งจะวันที่ 2 เอง อาการไข้ก็คงจะอยู่อีกสักพักหนึ่ง”

ไม่สบายพร้อมคุณแม่ด้วย ?
“ใช่ครับ แต่แม่จะเป็นหนักกว่าผมหน่อย แอดมิทคู่กันเลยครับ ก็ตลกดี คุณแม่เป็นมาก่อนประมาณ 3 วันแล้วครับ แต่ดื้อไม่ยอมไปโรงพยาบาล พอผมป่วยก็เลยได้เข้าโรงพยาบาลพร้อมกันเลย”

แอดมิทคู่กันแบบนี้ ใครเฝ้าใคร ?
“สลับกันเฝ้าครับ ผมก็เดินไปห้องแม่ แม่ก็เดินมาห้องผม”

คุณหมอมีสั่งให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษไหม ?
“เขาก็บอกให้ดื่มน้ำเยอะๆ ครับ ถ้าเกิดอะไรจริงๆ ก็ให้ดื่มน้ำหวานจะได้เติมพลังเข้าร่างกาย”

จะทราบผลตรวจเลือดว่าเป็นอะไรตอนไหน ?
“น่าจะคืนนี้แหละครับ เพราะเดี๋ยวเสร็จงานนี้ผมก็ต้องไปแอดมิทต่อเลย ถามว่าผมกังวลไหม ไม่กังวลนะ แต่อาการนี้มันทรมาน เราไม่อยากเป็นอีก ก็พยายามรักษาให้มันหาย เพราะเวลานอนมันลำบากมาก จะหนาวๆ ร้อนๆ ปวดหัวตลอดเวลา”

กลัวอาการจะเรื้อรังไหม ?
“ก็มีแอบคิดบ้างครับ แต่ก็เชื่อมือคุณหมอแหละ เขาก็ต้องรักษาให้เราได้อยู่แล้ว”

ยังมีงานอะไรที่ทำค้างอยู่ไหม ?
“มีครับ ความจริงมีงานทุกวันเลย แต่ก็ต้องรอดูผลก่อน ถ้ามันกระทบอันไหนผมต้องขออภัยด้วยจริงๆ นะครับ”

มีกระทบกับงานเยอะไหม ?
“จริงๆ ผมว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทุกคนก็เข้าใจ ทางผู้ใหญ่ก็คอยช่วยผมให้พักรักษา เอาเรื่องสุขภาพไว้ก่อนครับ”

แม่หมู-น้องนาย

ถามเรื่องเงินบริจาคที่ทะลุเป้าเยอะมาก ?
“ดีใจมากเลยครับ ยอดที่ได้ทั้งหมด 1,950,000 บาทครับ ตอนนี้ก็นำเงินไปให้กับโรงเรียนทั้งหมด 7 โรงเรียนเรียบร้อยแล้ว ความจริงตอนแรกที่แพลนไว้มี 6 โรงเรียน ส่วนโรงเรียนที่ 7 เขาส่งมาให้ผม แล้วผมเห็นว่าเป็นโรงเรียนติดชายแดน ผมเลยเอาเงินส่วนตัวบริจาคให้เพื่อทำเป็นสนามเด็กเล่นให้กับน้องๆ เป็นเงิน 150,000 บาทครับ ซึ่งตอนนี้ทุกโรงเรียนก็กำลังส่งภาพว่ากำลังทำอะไรอยู่มาให้ดู น่ารักมากเลย มีลุงป้าน้าอา และพระมาช่วยกันด้วย”

เห็นเด็กๆ เขียนการ์ดส่งมาให้เราด้วย ?
“(ยิ้ม) ใช่ครับ โหน่ารัก แฮปปี้มากนะ คือน้องเขาเขียนมาขอบคุณและอวยพรวันปีใหม่ให้มา”

ประสบความสำเร็จแบบนี้ ปีต่อไปจะทำอีกไหม ?
“คิดอยู่ครับ เพราะผมอยากเอากราฟิกดีไซน์ที่เรียนมา มาต่อยอด โดยตั้งเป้ากับตัวเองไว้ว่าปีละหนึ่งโปรเจกต์ครับ ก็เอาที่เราไหว”

ตั้งใจจะไปโรงเรียนทั้ง 7 ที่ ด้วยตัวเองเลยไหม ?
“ตั้งใจครับ แต่ต้องรอมีโอกาสว่างจากงานก่อน ก็อยากจะไปหาน้องๆ ทุกคนเลยครับ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

โน้ต เชิญยิ้ม

โน้ต เชิญยิ้ม อึดอัดใจเป็นคนกลาง ชูษีกับบูม เผยยอมไหว้ทั้งคู่เพราะอยากให้รักกัน

โน้ต เชิญยิ้ม หลังจากที่ตลกดัง ชูษี เชิญยิ้ม ออกมาประกาศตัดพ่อ ตัดลูกกับลูกสาว น้องบูม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล

โน้ต เชิญยิ้ม ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ฝั่ง ชูษี น้อยใจที่ลูกสาวรักฝั่งคุณแม่มากกว่า

ส่วน น้องบูม ได้ขอโทษและยอมรับผิดไว้คนเดียว ล่าสุด โน้ต  ตลกรุ่นใหญ่ที่อยู่ในวงการมายาวนานและสนิทกับครอบครัวนี้มากๆ ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวระหว่าง ชูษีกับลูกสาว ผ่านทาง รายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกร

หลายคนทราบอยู่แล้วเรื่องพี่ชูษี ตัดขาดลูกสาว อาคิดว่าพี่ชูษี แรงไปไหม?

โน้ต : “ผมว่าสายเลือดยังไงก็ตัดกันไม่ขาด ถึงปากจะพูดยังไงแต่หัวใจไม่ได้พูด เผลอๆ เขาทั้งคู่หัวใจร้องไห้ คือน้ำตาที่ออกมา จริงๆ มันคือเลือดของหัวใจนะ เพียงแต่มันไม่มีสี ชูษีเป็นคนที่รักลูก รักครอบครัว เพียงแต่ภาพที่ออกมาเขาไม่ได้รับผิดชอบอะไร แต่คนบ้านนอกทุกคนลูกสำคัญที่สุด สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือสถาบันครอบครัว เพราะมันเป็นสิ่งที่เปราะบางมาก ซึ่งผมคิดว่าถ้าคนเราดูแลสถาบันครอบครัวให้มีความสุขไม่ได้เราไปทำงานใหญ่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ”

ทำไมอาโน้ตถึงสนิทกับครอบครัวนี้?

โน้ต : “ชูษีเหมือนน้อง เหมือนลูกศิษย์ ชื่อผมก็เป็นคนตั้งให้ ซึ่งมาอยู่เชิญยิ้มกับผมในยุคแรกๆ คือไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ ส่วนทาง นก วนิดา ทางพ่อ แม่ เขาก็เป็นลิเกเหมือนกับผม แล้วนกโตมาจากลิเกแล้วมาเป็นตลกมาอยู่กับเพชรดาราฉาย เสร็จแล้วก็ดึงเข้าไปอยู่ รายการก่อนบ่ายคลายเครียด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมไม่ลืมบุญคุณนก วนิดา เลยช่วงที่ทำลูกทุ่งแล้วเจ๊งไม่เป็นท่า บ้านแทบจะถูกยึด ลูกต้องหยุดเรียน เป็นหนี้ไปกู้เขาร้อยละยี่สิบ เอาเช็คไปแลก ทบต้นทบดอก เงินแทบจะไม่มี นก วนิดา เราเคยช่วยเขา รถที่เขาผ่อนหมดแล้ว เขาขับมาให้ผม แล้วบอกว่าเอารถไปเข้าไฟแนนซ์ ”

พอเรื่องของพี่ชูษีบานปลาย มีใครมาปรึกษาพี่บ้าง?

โน้ต : “ผมได้คุยกับชูษีบ้าง ได้แต่บอกให้ใจเย็นๆ ถ้าเราต่างคนต่างพูด ถามว่าเราได้อะไรมั้ย จริงๆ ในความเป็นพ่อ เป็นลูกด้วยสายเลือด ผมว่าค่อยๆ พูดกันดีกว่า เมื่อสองวันที่แล้วผมประชุม 39 ปีเชิญยิ้ม อยู่กับ เป็ด เชิญยิ้ม ก็เกี่ยงกันว่าเราจะเป็นคนกลางได้ขนาดไหน แต่ถ้าเป็นไปได้ผมจะเชิญเขามารายการนี้ พ่อ แม่ ลูก แล้วผมกับเป็ดจะมาด้วย มาคุยกันเลย ในความเป็นจริงชูษีเขาเป็นคนดีมาก เป็นคนที่รักครอบครัว ถึงแม้เขาจะหย่าร้างกัน แต่บางครั้งสิ่งที่ชูษีได้ยินเข้าหูเกี่ยวกับลูกของเขามันแง่ลบมากกว่าแง่บวก พอพ่อไปพูด ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง บางทีก็เฉย ฟังแต่ไม่ปฏิบัติ พ่อก็ทนไม่ไหวไม่รู้จะอธิบายยังไงเขาก็ระบายออกทางโซเชียล ผมอยากให้เขามาเจอกันในรายการคุยแซ่บ Show พูดกันแบบสดๆ เลย ผมอยากจะฝากถึงน้องบูมว่า ดูชูษี อย่าไปฟังที่ปาก ให้ดูที่หัวใจ”

โน้ต เชิญยิ้ม

คือมันมีบางกระแสบอกว่า น้องบูม เป็นเด็กก้าวร้าว?

โน้ต : “เป็นเด็กดื้อดีกว่า มนุษย์เราเกิดมาถ้าดื้อแล้วเชื่อมั่นในตัวเองว่าสิ่งที่ตัวเองทำถูก ถ้าคนอื่นไปพูดแล้วยังทำอยู่ แล้วพอพ่อไปพูดก็ยังทำ คนก็เลยคิดว่าเด็กคนนี้ก้าวร้าว ทั้งนี้การก้าวร้าวทุกอย่างมันมีเหตุและผล ผมว่าทั้งสามคนที่กำลังเถียงกันอยู่ ผมใช้คำว่ามันน่าสงสาร ด้วยจิตด้วยสมอง หัวใจสั่งงานแล้วสมองคิดแล้วมือพิมพ์ มันง่าย พิมพ์เสร็จปล่อยไปแล้วมันแก้ไม่ได้”

เป็นคนกลางอึดอัดไหม?

โน้ต : “อึดอัดมาก อึดอัด สงสาร เห็นใจ ห่วงหา อาทร ห่วงใยว่าไม่เกิดเรื่องแบบนี้ได้ไหม เรื่องแบบนี้ไม่มีได้ไหมกับพวกเรา พวกเราเป็นตลกขายขำ เราเป็นคนที่เอารอยยิ้มและเสียงหัวเราะไปแลกเป็นเงินมา แล้วถ้าเกิดคุณมาทำแบบนี้ แล้วถ้าประชาชนเขาเสื่อมขึ้นมา แล้วอะไรมันจะเกิดขึ้น ตลกอ่ะต่อให้เล่นขำแค่ไหน ถ้าคนดูไม่ชอบ ไม่ศรัทธาทำยังไงก็ไม่ขำ อีกสองวันผมจะเจอกับครอบครัวนี้แล้วผมจะพูด แต่ผมจะปรึกษาคุณเป็ด เชิญยิ้มอีกทีว่าจะพูดวิธีไหนให้สองฝ่ายเข้าใจว่าที่พูดไม่ได้สอนหรือห้ามนะ อยากให้เขาคิดว่านี่คือคำแนะนำที่ดีที่ โน้ต และเป็ด เชิญยิ้ม ได้ยินมาถามว่าเราทรมานมั้ย ทรมาน อึดอัดมั้ย อึดอัด แต่เราสงสารทั้งสองครอบครัว”

ถ้าเกิดเขาดูอยู่อยากบอกอะไรกับเขา?

โน้ต : “ผมอยากจะกราบเขามากกว่า จริงๆ ผมอยากจะกราบชูษี และกราบนก วนิดา กราบไอ้บูมด้วย ผมกล้ากราบนะให้เอ็งมารักกัน ไม่ได้อยู่ด้วยกันก็รักกันได้ แล้วก็เลิกที่จะพูดในสิ่งที่ไม่จำเป็นให้คนอื่นรู้ ถ้าพ่อ แม่ ลูก ไม่กราบกัน ผมก็จะกราบเขาในรายการนี้”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

วุ้นเส้น วิริฒิพา

วุ้นเส้น วิริฒิพา ลงรูปคู่‘ไฮโซณัย’สถานะชัด รับเคยเจอ‘พก-อั้ม’ไม่กล้าตอบแทน

วุ้นเส้น วิริฒิพา – “จริงๆ เรื่องโพสต์รูปไม่ใช่ความตั้งใจอะไรหรอกค่ะ แค่รู้จักกันมานาน และเป็นช่วงปีใหม่พอดีเลยโพสต์”

วุ้นเส้น วิริฒิพา ‘วุ้นเส้น’วิริฒิพา ภักดีประสงค์ เปิดใจกรณีโพสต์รูปคู่กับ ‘ไฮโซณัย’ประณัย พรประภา หนุ่มคนสนิท ลงอินสตาแกรมส่วนตัว จนเพื่อนๆ หลายคนแซวว่าเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

จากนั้นก็กล่าวต่ออีกว่า “เราก็มีคุยกันบ้างนิดๆ หน่อยๆ ว่าจะขอโพสต์นะ แค่คุยกันเฉยๆ หลังจากโพสต์ภาพออกไป ฟีดแบ็กที่กลับมาทำวุ้นตกใจอยู่เหมือนกัน ทั้งจากคอมเมนต์ของแฟนๆ และเพื่อนๆ คืออยากให้ใจเย็นนิดหนึ่ง เราแค่โพสต์ภาพคู่เอง ยังไม่ได้มีเรื่องใหญ่โตอะไรเลย”

สถานะชัดเจนมากขึ้น “ชัดเจนขึ้นมั้ย คือต้องอธิบายก่อนว่าโดยปกติเวลาวุ้นคุยกับใครวุ้นคุยแค่คนเดียว ฉะนั้น ต่อให้วุ้นโพสต์หรือไม่โพสต์รูป ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม แค่เป็นการให้เกียรติกันมากกว่าว่าเราคุยกับเขาแค่คนเดียว มันชัดเจนและจริงใจดีค่ะ”

ตอนนี้ทุกคนฟันธงได้แล้วว่าคู่รักเปิดตัวอย่างเป็นทางการ “วุ้นกลัวคำว่า ทางการ มากๆ (หัวเราะ) เอาจริงๆ นะจนถึงตอนนี้วุ้นยังไม่กล้าพูดอะไรมากเหมือนเดิม เพราะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ในเมื่อตอนนี้ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้กันอยู่ก็ทำให้ดีที่สุดดีกว่า ส่วนอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงไม่สามารถตอบได้จริงๆ ถ้าหากมันดีก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าไม่เป็นเหมือนที่ทุกคนคิด วุ้นก็ต้องยอมรับให้ได้”

วุ้นเส้น วิริฒิพา
เพื่อนๆ แซวว่าหลังจากนี้ไม่ต้องคอยหลบแล้วเวลาถ่ายรูป “คือก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยกล้าโพสต์รูปมากกว่า เพราะการเปิดตัวจะต้องมีฟีดแบ็กหลายๆ อย่างตามมา ซึ่งเราไม่รู้เลยว่ามันจะดีหรือไม่ดี แต่ตอนนี้ก็ชิลแล้วค่ะ รวมถึงตัวเขาเองด้วย จากที่วุ้นสังเกตเขาก็ดูดีขึ้นนะคะ เหมือนเขารู้สึกได้ว่าเราชัดเจนขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราทั้งคู่ต่างมีความไม่แน่ใจในอะไรหลายๆ อย่าง แถมภาพที่โพสต์ ภาพนี้ยังเป็นภาพแรกในรอบ 2 ปีด้วย ฉะนั้น เราก็ ทำให้ดีขึ้นดีกว่า แต่ไม่อยากคาดหวังอะไรมากอีกเหมือนกัน”

ถามถึงกระแสที่หลายคนบอกว่าหนุ่มๆ เขา อินเลิฟทั้งพี่ทั้งน้อง ไฮโซณัย กับ ไฮโซพก ดาราสาวหัวเราะก่อนตอบว่า “ไม่กล้าพูดถึงพี่ชายเลยค่ะ จริงๆ ก็ดีค่ะ ถ้าเกิดเขาดีเราก็ดีใจ วุ้นไม่รู้พูดได้หรือเปล่า ถามว่าเคยเจอกับเขามั้ย เคยเจออยู่แล้วค่ะ เพราะอยู่ในแก๊งที่รู้จักกันมานาน ส่วนพี่อั้ม(พัชราภา) เขาก็น่ารักอยู่แล้ว”

วุ้นเส้น วิริฒิพา
ตอนนี้ทุกคนแซวว่าเป็นคู่สะใภ้ซุป’ตาร์ “ใช้คำน่ากลัวมาก(หัวเราะ) อย่างที่บอกวุ้นตอบแทนเขาไม่ได้จริงๆ ถ้าหากมันดีวุ้นก็ดีใจด้วย แต่สำหรับเราก็ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปค่ะ”

มีโอกาสเจอคุณพ่อคุณแม่หรือครอบครัวฝ่ายชายบ้างหรือเปล่า “เจอค่ะ ช่วงปีใหม่ก็เพิ่งจะไปเคานต์ดาวน์ด้วยกัน ปกติวุ้นจะเจอท่านบ่อย พวกท่านใจดี และทุกอย่างโอเคมากๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย น่ารักกันทั้งครอบครัว”

ครอบครัวเราว่ายังไงบ้าง “คุณพ่อคุณแม่วุ้นจะแล้วแต่การตัดสินใจของวุ้น ท่านมองว่าวุ้นโตแล้วและน่าจะตัดสินใจเองได้ เลยไม่มีความเห็นอะไรค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

ไก่ วรายุฑ ชี้ บ่วงนฤมิต มี 9 ตอน เป็นความตั้งใจ ไม่เกี่ยวดราม่า แมท ภีรนีย์

ไก่ วรายุฑ บอกเอง ตั้งใจตัด บ่วงนฤมิต เหลือ 9 ตอน ไม่เกี่ยวดราม่า แมท ภีรนีย์ บอกเขาไม่ได้ทำผิด ความรักห้ามไม่ได้ รับเคยกังวลเรื่องเรตติ้งตก แต่ปล่อยวางแล้ว

ไก่ วรายุฑ เป็นประเด็นถูกจับตาไม่น้อย สำหรับละคร บ่วงนฤมิต ผลงานของ แมท ภีรนีย์ ที่กำลังออนแอร์ แต่กระแสดูจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก จนบางคนมองว่า สาเหตุมาจากหลายคนเท ไม่ยอมดูละครที่แมทเล่น เพราะประเด็นข่าวเรื่องความรักและการวางตัวตอบโต้ดราม่าของเธอ แถมยังมีกระแสว่าละครเรตติ้งตกฮวบ จนถูกตัดจบภายใน 9 ตอนอีกด้วย

ล่าสุด (11 มกราคม 2562) เจอตัวผู้จัด ไก่  ที่งานแต่ง ยุ้ย ธันน์ ผู้สื่อข่าวจึงได้ขอสอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทางพี่ไก่ก็เปิดใจว่า ละครไม่ได้ถูกตัดเหลือ 9 ตอน แต่เพราะละครค่อนข้างโบราณ 3 ปีแล้ว ตนจึงได้ตัดสิ่งที่มันเชย ไม่ทันสมัย ไม่อัปเดตออกไป มันไม่ลงตัวตอน ก็เลยเอาให้ครบตอน เป็นความตั้งใจของตนเอง ไม่เกี่ยวกับช่อง และข่าวของแมทก็มาทีหลังด้วย

หลังจากตนเห็นข่าวก็มีความรู้สึกว่า อะไร จะไปถึงไหนเหรอ เราก็ไม่โทษใคร เรื่องความรักมันโทษใครไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าใครเปิดเข้าไปใน IG ของตน จะเห็นว่าแม้จะมีคนบอกไม่ดูเพราะใคร แต่ก็มีให้กำลังใจตน ก็ดีใจว่าแฟน ๆ ยังไม่ทิ้งเรา ยังให้กำลังใจเรา ถึงแม้จะไม่ดู ก็ไม่ได้บั่นทอน หากไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นก็คงบั่นทอนกับตัวเอง แต่พอมีประเด็น คนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้

เราก็ต้องยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น ถามเรื่องกระทบเรตติ้ง เราก็บอกทางช่องว่าอย่ามาว่ากันนะ อะไรที่เกิดขึ้นเราไม่ได้เป็นคนทำ คงเข้าใจแล้ว เราก็บอกกับทางช่องตั้งแต่วันที่ 2 แล้ว คือวันแรกเรตติ้ง 2 กว่า คุณน้องโพสต์ภาพวันเดียว เหลือ 1.9

ไก่ วรายุฑ
ทั้งนี้ทางแมท ไม่ได้ติดต่อมาขอโทษ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ต้องการคำขอโทษ เพราะน้องเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาเป็นอย่างนี้ของเขา เป็นคนตรง ๆ ชัดเจน เขาไม่ได้ทำผิด ไม่จำเป็นต้องขอโทษ ตอนแรกเห็นเรตติ้งตกตนก็รู้สึกวูบเหมือนกัน แต่กำลังใจของแฟน ๆ ให้มาว่าละครตนสนุก ดี แต่ไม่ได้ดู ตนก็ปล่อยวางแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นมันก็ต้องเกิด มันไม่ใช่ความผิดใครทั้งสิ้น เป็นความชอบของคนดู ที่จะอยากดูหรือไม่ บังคับกันไม่ได้ ก็ต้องขอบคุณแฟน ๆ ที่ให้กำลังใจ ทำให้ตนมีกำลังใจในการทำละครเรื่องใหม่

ถามว่าต่อไปจะต้องดูไลฟ์สไตล์ของนักแสดง ก่อนเลือกมาเล่นเรื่องต่อไปไหม ไก่ วรายุฑ ก็เผยว่า เราไม่เคยเลือกจากอย่างนั้น นักแสดงก็คือนักแสดง ถ้าตรงกับบุคลิกตัวละครเราก็เลือกตรงนั้น แต่เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราห้ามไม่ได้ ความรักห้ามไม่ได้ ตอนทำงานด้วยกัน แมท ภีรนีย์ ก็เป็นนักแสดงปกติ รับผิดชอบงาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com…

แทค ภรัณยู หลังลือแต่งเงียบ ผจก.แทค เอ่ยปาก พร้อมบอกข่าวดีแน่นอน!!

แทค ภรัณยู แหม่! กำลังเป็นประเด็นร้อนสำหรับวันนี้กับกระแสข่าวนักแสดงหนุ่ม แทค

 แทค ภรัณยู  จากที่คาดเดากันไปต่างๆ นาๆ กับข่าวลือมาตั้งแต่ช่วงปลายปีเรื่องพระเอกติสท์ทำไฮโซสาวป่องแตรียมแต่งฟ้าแล่บ! จุดนี้เห็นทีว่าหวยจะออกที่หนุ่ม แทค อ่ะเปล่า กับข่าวล่ามาแร๊งส์สุดๆ ในตอนนี้ว่าเจ้าตัวได้สละโสดกับ เบล เองตระกูล แฟนไฮโซสาว ซึ่งเป็นน้องสาวของทาง เป๊ก สัณชัย สามีดาราสาว ธัญญ่า ธัญญาเรศ นั่นเอง ซึ่งก็ได้ฤกษ์ตบแต่งกันวันนี้(8 ม.ค.) ที่ วัดราชบพิธ สำหรับพิธีในช่วงเช้าทั้งคู่ได้ไปเข้าเฝ้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(อัมพร อัมพโร) เพื่อขอพรเป็นศิริมงคล โดยมีครอบครัวและคนสนิทเข้าร่วมพิธีอย่างเรียบง่าย

นอกจากนั้น เจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพคู่กับ แจ๊ส ชวนชื่น พร้อมข้อความขอบคุณเพื่อนรัก และมีคนเข้ามาคอมเม้นท์แสดงความยินดีกันเพียบ บ้างก็งงตาแตก?? ไม่เข้าใจว่ายินดีเรื่องอะไร?? เรียบว่าแต่งแบบเงียบกริบจริงๆ ส่วนข่าวดีกำลัง 2 เรื่องฝ่ายหญิงตั้งครรภ์นั้น ก่อนหน้านี้หนุ่มแทคก็ได้เข้าไปคอมเม้นต์ในไอจีของ ดีเจเพชรจ้า ที่โพสต์คู่กับลูกชาย ว่า “เดี๋ยวตามไปนะ…” เหมือนกับบอกใบ้อะไรอ่ะเปล่า?? เอาเป็นว่ารอเจ้าตัวพร้อมออกมาชี้แจงด้วยตัวเองจะดีกว่าจ้า…

แทค ภรัณยู

แทค ภรัณยู

โดยเราได้ติดต่อไปทางหนุ่มแทค ซึ่งทางผจก. ได้กล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนว่า “ตอนนี้ยังไม่ได้เจอตัวหนุ่มแทคเลย แต่รับรองว่าถ้ามีข่าวดีทางหนุ่มแทคเองก็บอกแน่นอน แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียด ซึ่งพอถามถึงภาพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทาง ผจก. ก็ยืนยันว่าอยากให้รอฟังจากปากเจ้าตัวเองจะดีกว่า” แหมมมๆ ส่อแววมีเรื่องน่ายินดีแบบนี้ เอาเป็นว่าก็อดใจรอฟังจากปากเจ้าตัวกันอีกนิดนะคะทู้กกคน

โปรไฟล์ โคตรเริ่ด เบลล์ ณัฐพร เจ้าสาว แทค เจ้าสาวของหนุ่มแทคนั้นไม่ธรรมดานะจ๊ะ เพราะเธอเป็นถึงทายาทตระกูลดังมีชื่อเสียงเรียงนามว่า เบลล์ ณัฐพร เองตระกูล นิสิตอักษรจุฬา เกียรตินิยมอันดับ 2 พ่วงด้วยปริญญาโท enterprenuership and innovation management บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงาน Division Head of Client Service บริษัท ทศภาค จำกัด ภายใต้บริษัท ไทยเบเวอเรจ จำกัด (มหาชน) แหมมๆ เรียกว่าโปรไฟล์เริ่ดหรูใช่ย่อยนะเจ้าคะ ส่วนโฉมหน้าสาวเบลล์จะเป็นยังไงเชิญเบิ่งกันจ้า

แทค ภรัณยู

ที่แอบซุ่มเงียบแต่งงานไปเมื่อเช้านี้แบบสดๆ ร้อนๆ ถึงขนาดที่มีเพียงบรรดาเพื่อนสนิทและครอบครัวเท่านั้นที่ไปร่วมงาน ทำเอาหลายๆ คน นี่งงเป็นไก่ตาแตกไปเลยค่าคู้นนน ว่าเอ๊ะๆ หนุ่มแทคผู้ดูว่าโสดมาตลอดไปมีแฟนตอนไหน แล้วเจ้าสาวของหนุ่มแทคเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง เพราะไม่เคยเห็นเลยว่าเจ้าตัวจะควงสาวคนไหนมานานอยู่หลายปี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://gossipstar.mthai.com

 …

มินต์ ชาลิดา

มินต์ ชาลิดา ปล่อย‘ม่อน’เรียนรู้อยู่ในวงการ ไม่ห้ามข่าวจิ้น‘บอมบ์’-รับผิดชอบตัวเอง

มินต์ ชาลิดา รียนรู้อยู่ในวงการ ไม่ห้ามข่าวจิ้น‘บอมบ์’-รับผิดชอบตัวเอง

มินต์ ชาลิดา ควงคู่น้องชายสุดเลิฟ ‘ม่อน’ ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง ออกงานด้วยกัน นางเอกสาว ‘มิ้นต์’ วิจิตรวงศ์ทอง เผยว่า “มีแต่คนถ่ายรูปกับน้องค่ะ”

ทุกวันนี้เลิกหวงน้องชายหรือยัง มิ้นต์เผยว่า “ไม่หวงแต่เป็นห่วงค่ะ ถามว่าห่วงอะไรห่วงที่เขาเป็นเด็กผู้ชายอาจจะไม่มีความรอบคอบหรือความเป็นระเบียบ”

มินต์ ชาลิดา 
ถือเป็นงานแรกเลยไหม ม่อนเผยว่า “ใช่ครับ”

ตอนนี้ม่อนเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงเต็มตัวแล้วใช่ไหม มิ้นต์ยอมรับว่า “ใช่ค่ะ ละครเขาปีนึงออนแอร์มากกว่าหนูอีกค่ะ มิ้นต์ก็ไม่ค่อยได้แนะนำอะไรเขาค่ะ อยากให้เขาเติบโตและได้เจออะไรด้วยตัวเองอยู่ในวงการนี้ต้องได้เจอเอง ต้องสตรอง”

ม่อนเสริมว่า “แรกๆ พี่นักข่าวก็จะถามว่าพี่มิ้นต์สอนอะไรบ้าง ให้คำแนะนำอะไรบ้าง ผมก็จะตอบว่าไม่ได้ให้เลยครับ ก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง”

คนแซวว่ามิ้นต์เป็นคนดันน้องเข้าวงการ นางเอกสาวปฏิเสธ “อยู่คนละช่องเรียกว่าดันคงไม่ได้ค่ะเพราะอยากให้เขาเติบโตไม่อยากให้ก้าวกระโดด เรามาแบบขั้นบันไดจะได้อยู่ได้นานและเรียนรู้ทุกขั้นตอนทุกอุปสรรคจะเป็นตัวช่วยที่จะสอนเขา มิ้นต์บอกเขาเสมอว่าให้เรียนรู้ด้วยตัวเองการขึ้นมาอยู่ในจุดหนึ่งมันไม่ยากแต่ยากที่การรักษาไว้ให้ได้นาน”

เตรียมรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ยังไงบ้าง ม่อนเผยว่า “ยังไม่มีเลยครับ”

มิ้นต์กลัวไหมเพราะข่าวดาราวัยรุ่นค่อนข้างเยอะ มิ้นต์เผยว่า “ไม่ค่อยกลัว อย่างที่บอกว่าอยากให้เจอเอง มันคือการสอนที่ดีที่สุดสำหรับความคิดมิ้นต์ บอกไว้ก็เป็นได้แค่คำเตือนแต่ถ้าเขาเห็นรุ่นพี่ในวงการก็น่าจะเป็น คำสอนได้ดีกว่า”

เห็นม่อนแต่งหญิงเป็น ยังไงบ้าง มิ้นต์เผยว่า “เขาก็ขโมยเสื้อผ้ามิ้นต์ไปใส่ กลับบ้านไปชุดขาด เพราะเขาตัวใหญ่ระเบิดชุดมิ้นต์”

ด้านม่อนเสริมว่า “บางทีผมทำงาน ก็อยากให้คลิปดูตลกขึ้น ก็เลยแต่งตัวเป็น ผู้หญิง ยืมชุดมิ้นต์มาใส่”

กลัวคนเข้าใจผิดไหม ม่อนกล่าวว่า “คนก็เข้าใจผิดกับพี่บอมบ์(ธนิน) ครับ ก็เป็นแค่คู่จิ้นครับ อย่าเป็นคู่จริงเลย”

มินต์ ชาลิดา 

มิ้นต์เสริมว่า “เขาก็เปิดข่าวจิ้นกับบอมบ์ดังไกลไปถึงเมืองจีนให้มิ้นต์ดู”

รู้สึกยังไงที่บอมบ์ลงรูปจับมือกับเรา ม่อนกล่าวว่า “ผมว่าก็ น่ารักดีครับตลกดีเราสนิทกันอยู่แล้วซึ่งก็คิดว่าคงไม่มีคนเข้าใจผิดสาวๆ น่าจะรู้ว่าผมเป็นยังไง”

มิ้นต์ว่ายังไงเรื่อง ม่อน-บอมบ์ มิ้นต์กล่าวว่า “ก็ไม่ได้ห้ามค่ะ บ่นนิดหน่อยเวลาเขาทำของเราพัง ส่วนเรื่องนั้นให้รับผิดชอบกันเองค่ะ”

น้องมีแฟนห่วงไหม มิ้นต์กล่าวว่า “ไม่นะคะ เพราะเขาทำอะไรก็อยู่ในสายตาที่บ้านตลอดไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ”

ยืนยันว่าเป็นแมน ม่อนยืนยันว่า “เป็นผู้ชายครับ”

วันที่ 5 ก.ย. ที่ ร้านเสน่ห์จันทร์ อาคารสินธร ถ.เพลินจิต บอมบ์ ธนิน มนูญศิลป์ พระเอกช่อง 3 ให้สัมภาษณ์ในงานกิจกรรมสุดพิเศษ “บันทึกรักข้ามเวลากับละครดั่งพรหมลิขิตรัก” ถึงภาพในไอจีที่จับมือกับดาราหนุ่ม ม่อน-ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง น้องชายของนางเอกดัง มิ้นต์-ชาลิดา พร้อมแคปชั่นชวนสงสัยจนหลายคนคิดไปไกลว่าทั้งคู่มีอะไรมากกว่าพี่น้องรึเปล่า

มินต์ ชาลิดา 

ผู้สื่อข่าวถามถึงภาพจับมือกับม่อนค่อนข้างฮือฮา
“เราไปเที่ยวกันปกติครับ ไปด้วยกันค่อนข้างบ่อยอยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไร สนิทกับน้องม่อน ปกติเราจะเล่นกีฬาด้วยกัน เล่นเกม เที่ยว กินข้าว สนิทกัน เป็นน้องที่รู้ใจกัน ไม่ได้ไปทางชู้ชายอะไรแบบนั้น ไม่มีเชิงนั้นเลย”

แต่แคปชั่นเราก็ชวนคิด ไปกับคนรู้ใจ
“ผมอาจจะลงแคปชั่นสองแง่สองง่ามไปนิดนึง คือหมายถึงเราไปกับพี่น้องไง เราไปกับคนที่รู้ใจกันได้ ความหมายมันคือเชิงนี้ครับ”

ใครเป็นคนออกไอเดียว่าเรามาถ่ายรูปจับมือกันดีกว่า ไม่จั๊กจี้เหรอ
“จั๊กจี้มากเลย คือไปกัน 6 คนแรกๆ ก็ถ่ายกันเป็นกลุ่ม สักพักเปลี่ยนเป็นถ่ายคู่บ้าง กรุ๊ปบ้าง แล้วแบบยังไม่มีบอมบ์ ม่อนเลยก็เลยจัดซะหน่อยเพราะก่อนหน้านี้ก็เคยถ่ายด้วยกันอยู่ ส่วนจับมือนี่ม่อนคิดเลยครับ อยู่ดีๆ ม่อนก็จับมือ เหมือนกับประมาณว่าพี่น้องไปด้วยกัน Go together, brother อะไรแบบนี้ครับ”

คิดไหมว่าพอลงแล้วจะมีคนคิดไปว่าเราเหมือนจะเปิดตัว
“ไม่ได้คิดเลยครับ พอดีตอนที่ลงก็ไม่ได้คิดจะสื่อไปทางอย่างนั้นอยู่แล้ว คิดแค่ว่าเป็นพี่น้องรู้ใจกันแค่นั้น ส่วนในมุมมองของคนอื่นที่คิดว่าเหมือนเปิดตัวนั้น ผมต้องขออภัย เพราะไม่ได้ตั้งใจให้ไปในเชิงนั้นเลยครับ”

ยืนยันสถานะกับม่อน
“เป็นพี่น้องที่สนิทกันมากๆ ครับ”

มินต์ ชาลิดา 
ก่อนหน้านี้เราก็มีข่าวเชิงนี้อยู่ พอมีภาพแบบนี้อีกเหมือนเป็นการตอกย้ำ
“ผมไม่ได้คิดจะตอกย้ำนะ ที่ลงก็เหมือนเรามากับน้องที่รักจริงๆ เพราะผมสนิทกับม่อนมากๆ แต่หลังจากนี้เวลาจะลงภาพอะไรคงระวังมากขึ้นที่เดี๋ยวขึ้นแคปชั่นกำกับด้วยว่าพี่น้องสนิทแบบรู้ใจ”

จากแต่ก่อนภาพเราเป็นคาสโนว่าสาวเพียบ ตอนนี้กลายมาเป็นคู่วายซะแล้ว
“รู้สึกเขินจังเลย”

แล้วเราโอเคกับกระแสคู่วายไหม
“ผมก็เคยคิดตามกระแสคู่วายหลายๆ คู่ ผมดูแล้วผมก็รู้สึกจั๊กจี้เหมือนกันนะ เวลาตัวเองโดนก็รู้สึกจั๊กจี้ เพื่อนก็บอกว่าดูจั๊กจี้ดีข่าวแกเป็นวายๆเนี่ย”

มินต์ ชาลิดา 
ได้คุยกับม่อนถึงกระแสไหม
“ม่อนก็ยิ้มๆ เขินๆ และขำๆ กันครับ ไม่ได้ซีเรียสอะไร รู้กันว่าเราเป็นพี่น้องกันไม่ได้อะไรเกินเลยแบบนั้น แมนๆ คุยกัน แมนๆ เตะบอล”

ข่าวไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ของเรากับม่อนลดลง จะได้ดูไม่ไปกันใหญ่ไหม
“ไม่เลยครับ เมื่อคืนเพิ่งเจอกัน”

ผู้จัดการส่วนตัวก็มาช่วยการันตีเราออกสื่อด้วยว่าเราแมนชอบผู้หญิงแน่นอน
“เขาก็รู้ว่าผมเป็นคนขี้เล่น บางทีผมลงไปอาจจะคิดน้อยไปหน่อยก็ต้องขออภัยด้วย ไม่ได้อยากจะสื่อไปในทางเชิงชู้ชายเลย”

สาวคนที่เราคุยอยู่ด้วยตอนนี้เขามีถามไหมว่าเราจะเลือกเส้นทางไหนกันแน่
“เขาก็รู้ เขาก็มาแซวๆ ว่าสวีตเหลือเกินกับม่อนเนี่ย แต่เขารู้ว่าเราสนิทกับม่อนมาก ถามว่าเขาไม่สับสนในตัวเราใช่มั้ย ไม่สับสนครับ”

คิดจะเปิดตัวสาวคนที่เราคุยด้วยไหมเพื่อจะได้กลบกระแสตรงนี้ไป
“อย่างที่บอกว่ามีคนที่คุยอยู่เป็นผู้หญิง ก็ไม่ได้ปิดอะไรนะครับ เอาไว้เดี๋ยวผมหายเขินทุกคนคงจะได้ค่อยๆ เห็นกันเองแหละ”

คนของเราเขามีพูดว่าอยากจะเปิดตัวไปไหนมาไหนด้วยกันปกติบ้างไหม
“ปกติก็ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด เขาก็ไม่ได้เรียกร้องว่าจะลงนั่นลงนี่ ไม่รีเควสต์ลงรูปคู่กันคือเดี๋ยวผมหายเขินก็ลงเองแหละ จริงๆ กับคนนี้ก็คุยกันมาระยะนึง ยังไม่ถึงปีครับ ค่อยๆ ดูกันไป”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.khaosod.co.th…

เพชรจ้า

เพชรจ้า แอบซุ่มทำรถมาเซอร์ไพรส์ เป็นของขวัญวันเกิดให้ “นิวเคลียร์”

เพชรจ้า วิเชียร แอบซุ่มทำรถมาเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ให้ภรรยา นิวเคลียร์ หรรษา ในวันเกิด 29 ปี

เพชรจ้า วิเชียร ช่วงนี้คู่นี้กำลังเห่อลูกคนแรกมากและภรรยา นิวเคลียร์ หรรษา ที่เพิ่งคลอดลูกชาย น้องไทก้า ได้ไม่นาน แต่ยังดีเพราะงานนี้แม่นิว มีสามีคอยช่วยเลี้ยงลูกด้วย และถึงจะเป็นลูกคนแรกแต่ดูเพชรจ้าจะคล่องแคล่วไม่เบา ช่วยแบ่งเบานิวเคลียร์ไปได้เยอะ

เพชรจ้า

อย่างนี้ต้องยกตำแหน่งสามีแห่งชาติให้อีกคน และถึงจะมีลูกแล้วแต่ก็ไม่ลืมเติมความหวาน ล่าสุดคุณสามีก็มีเซอร์ไพรส์น่ารักๆ ให้ภรรยา ในวันเกิด 29 ปี โดยการแอบซุ่มทำรถที่นิวเคลียร์อยากได้นานกว่า 3 เดือน

“แอบซุ่มทำรถคันนี้ให้แม่นิวมาเกือบ 3 เดือนเต็ม แอบไปทำรถก็ ลำบากเพราะต้องเลี้ยงลูกต้องซุ่มเงียบไม่ให้เมียไหวตัว ไปอู่ ทำใหม่ทุกอย่าง ทั้งเปลี่ยนสี ภายใน พรม ฝ้าหลังคา ล้อยาง 5555 มีสามีเป็นนักแต่งรถอะเนอะ ทำจน เหมือนรถป้ายแดงชัวร์คะ เห็นนางอยากได้มาหลายปี ขอให้แฮปปี้กับรถใหม่นะค่าาที่รัก”

ด้านนิวเคลียร์ก็โพสต์ขอบคุณสามีหวานๆ ที่รู้ใจหารถที่อยากได้มาให้ ซึ่งเอาจริงๆ นิวเคลียร์บอกว่าก็ไม่มีอะไรที่อยากได้แล้ว เพราะมีทั้งครอบครัวที่อบอุ่น เพื่อนที่จริงใจ สามีที่ดีที่สุด และลูกชายที่น่ารัก แค่นี้หม้ามี้นิวก็มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…