ในวันที่เส้นเสียงพัง

ในวันที่เส้นเสียงพัง “ใบเตย” ไอเป็นเลือด ยังไม่พร้อมจบอาชีพนักร้อง

ในวันที่เส้นเสียงพัง

ในวันที่เส้นเสียงพัง

ในวันที่เส้นเสียงพัง อาการยังคงน่าเป็นห่วง สำหรับลูกทุ่ง สาวนุ่งสั้น ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่าเจ้าตัวกำลังประสบกับปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับการใช้เสียง

จนถึงขนาดไอเป็นเลือด และอาจมีแนวโน้มที่จะต้องหยุดพักงานร้องเพลงจนกว่าอาการจะดีขึ้น

กระทั่งล่าสุดผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอกับสาวใบเตยจึงได้เข้าไปสอบถามถึงอาการป่วยดังกล่าว ซึ่งเธอก็ยอมรับว่ามีปัญหาเกี่ยวกับเส้นเสียงจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็คงต้องรอให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบดูก่อนว่า

อาการ ณ เวลานี้รุนแรงแค่ไหน ก่อนจะยอมรับว่าตัวเธอเองก็รู้สึกกลัวและจิตตกอยู่เหมือนกันหากเรื่องนี้จะส่งผลต่ออาชีพนักร้องของเธอในอนาคต

 

ในวันที่เส้นเสียงพัง

 

ถามถึงปัญหาสุขภาพเรื่องเส้นเสียงเหมือนตอนนี้อาการหนัก ?

“อาการหนักเลยค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปพบแพทย์แล้ว ตอนนี้ก็ถึงขั้นตอนเริ่มต้นล็อกคิวหยุดงานเพื่อพักเสียงแล้วค่ะ อาการเริ่มแรกเลยก็คือร้องเพลงแล้วเสียงไม่ถึง ตอนแรกคิดว่าป่วยหรือไม่ได้นอน

แต่พอนานเข้าถึงได้รู้ว่าไม่ใช่ จนกระทั่งมีครั้งที่หนักที่สุดก็คือไอเป็นเลือด คืนนั้นเราไปร้องเพลงมาแล้วมันแย่ลงมากๆ เนื่องจากในร้านมันก็จะมีฝุ่นควันเพราะเป็นผับบาร์ เราก็เลยรู้เลยว่านี่คือมาจากเส้นเสียงแล้ว”

ตกใจไหมตอนที่เห็นว่าไอออกมาเป็นเลือด ?

“ตกใจมากค่ะ เพราะเกิดมาไม่เคยไอเป็นเลือดเลย คือมันเหมือนมีก้อนๆ ตุ่มๆ หลุดออกมาด้วย ซึ่งอาจจะต้องผ่าตัดถ้าหากอาการมันหนักจริงๆ เดี๋ยวคงต้องให้คุณหมอเช็กอีกทีว่ามันดูแย่ขนาดไหน”

แสดงว่าก่อนหน้านี้เราไม่เคยไปเช็กกล่องเสียงเลย ?
“ไม่เคยเลยค่ะ เรามั่นใจมาตลอดว่าเสียงดีเสียงพร้อมทุกงาน แต่พอมาปีนี้คือแย่มาก”

จิตตกเลยไหมเพราะเราใช้เสียงทำมาหากิน ?
“จิตตกมากนะ เสียงคือสิ่งเดียวที่หนูมี และมันสร้างรายได้ให้กับหนูมานานมากๆ แต่นี่ก็เข้าใจความเป็นไปของมนุษย์ เพราะเราร้องเพลงตั้งแต่ 6 ขวบ ตอนนี้อายุ 31 แล้ว มันก็สมควรจะพังได้แล้ว

ซึ่งทุกคนก็พยายามช่วยปลอบใจค่ะ”

ปัญหาเกิดกับเสียงแบบนี้แสดงว่าต้องส่งผลกระทบกับงานพอสมควร ?
“ก็พอสมควรนะคะ แต่ว่าเราก็ต้องโอเค เพราะมันคงถึงเวลาที่ต้องพักเพื่อเริ่มต้นใหม่ และสำหรับงานร้องเพลง ถ้าเป็นงานที่ร้องเกิน 8 เพลง ก็อาจจะมีบางเพลงที่ต้องลิปซิงค์ หรือเลือกงานที่ไม่ใช้เสียงเยอะ

ปีนี้ใบเตยค่อนข้างโชคร้ายค่ะ โชคร้ายมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว แถมยังทำงาน 7 วันตลอด ยิ่งช่วงไหนที่ต้องถ่ายละครด้วยแล้ว ใบเตยแทบจะยิ่งไม่มีเวลาได้พักเลย เพราะมันต้องใช้เสียงหนึ่ง เสียงสอง เสียงสาม

ใช้หมดทุกเสียง ตลอด 7 วันเต็ม เสียงมันก็เลยพัง”

กลัวไหมหากไปตรวจแล้วคุณหมอสั่งว่าห้ามเราใช้เสียง ?
“ก็กลัวค่ะ แต่ที่คุยมาก่อนหน้านี้คุณหมอก็บอกว่าน่าจะโอเค น่าจะยังทำงานได้ แต่เดี๋ยวต้องไปดูไปเอ็กซเรย์อีกทีว่ามันเสียหายตรงไหนบ้าง หรือเป็นตุ่มตรงไหนบ้าง”

กลัวไหมว่าต้องยุติบทบาทการเป็นนักร้อง ?
“เอาจริงๆ ก็กลัวมากค่ะ แต่เราก็เชื่อว่าเดี๋ยวมันก็หาย แค่ต้องใช้เวลา ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ และก็ต้องรู้ลิมิตตัวเองในการใช้เสียงด้วย”

เรามีแผนสำรองไหมถ้าวันหนึ่งเสียงมันไม่ไหวแล้วจริงๆ ?
“ก็น่าจะเป็นสเต็ปต่อไปค่ะ แต่อย่างปีนี้ก็คงต้องร้องเพลงอีกยาวมากๆ เลย เพราะนี่ขนาดล็อกคิวแล้ว ใบเตยยังมีเพลงต่ออีก 2 ซิงเกิ้ล ที่จะต้องออกพร้อมกับละครเทพธิดาขนนก เพราะฉะนั้นเรื่องพักคือพูดยากจริงๆ

ตอนนี้ทำยังไงก็ได้ให้แต่ละงานใช้เสียงน้อยที่สุดแค่นั้นเอง”

ล่าสุดเป็นพรีเซ็นเตอร์อาหารเสริมผู้ชายด้วย ?
“อ๋อ…อันนั้นไม่ใช่พรีเซ็นเตอร์หรอกค่ะ เป็นการจ้างรีวิวค่ะ แต่ก็ส่วนใหญ่งานรีวิวช่วงนี้แน่นจริงๆ ก็จะเป็นธุรกิจของเพื่อนๆ คนใกล้ตัวทั้งหมด คือถ้าเพื่อนรีเควสต์แบบไหน อะไรที่เราสามารถทำได้เราก็ทำ

แต่ว่ามันก็ต้องมีเรตราคาตามที่เราเสนอ (หัวเราะ)”

หลายคนก็แซวเพราะมันเป็นเรื่องสำหรับผู้ชาย ?
“สำหรับใบเตยมันก็แค่งานงานหนึ่ง ในอินสตาแกรมก็ 7 วันลบอยู่แล้ว เราก็โอเค เราถือว่ามันไม่ใช่พรีเซ็นเตอร์ มันคือการจ้างรีวิว และสินค้าใบเตยก็เช็กทุกอย่างว่ามันถูกกฎหมายทั้งหมดค่ะ”

กลัวภาพลักษณ์เราจะเสียหายไหม ?
“ไม่หรอก เพราะเอาจริงๆ เรารับงานหลากหลายค่ะ ลุคเรามันก็ได้ทุกทาง มันไปได้หมด”

แต่คอมเมนต์ส่อไปทางอนาจารค่อนข้างเยอะ ?
“ไม่หรอกค่ะ ใบเตยว่าก็ตามสินค้า แต่ว่าอย่าคิดอะไรมากเลย มันก็คืออาหารเสริมในรูปแบบหนึ่งเท่านั้นเอง”

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา  www.sanook.com